วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

ตำนานเรื่องเล่าชาวเกาะยาว


วันนี้ จะเล่าเรื่องตำนานของชาวเกาะยาวให้ได้ทราบกัน คือก๊อบก็เพิ่งรู้นี่แหละ

     แต่คำว่าตำนานนั่นคือเป็นเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มันเลยไม่มีข้อพิสูจน์อะไร แต่ฟังแล้วเป็นเรื่องฟังสนุกสนานก็ยังดี

 เรื่องมีอยู่ว่า ตอนที่เกาะภูเก็ตยังไม่แยกออกจากแผ่นดินใหญ่ เกาะยาวจึงเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เพียงเกาะเดียว ได้มีการจัดแต่งงานที่อ่าวพระนางจังหวัดกระบี่ ระหว่างโต๊ะตรี กับนาคนุ้ย ในความเข้าใจของก๊อบ นาค คงจะหมายถึง พญานาค เมื่อถึงพิธีแต่งงานนาคนุ้ยก็ได้จัดขบวนขันหมากยกมาจากทะเลตะวันออก เรื่องนี้ถึงนาคใหญ่ก็เกิดความโกรธแค้น เพราะหมายปองโต๊ะตรีเหมือนกัน นาคใหญ่จึงได้เลื้อยติดตามขบวนขันหมากของนาคนุ้ยมา เมื่อเลื้อยผ่านเกาะภูเก็ตก็เลื้อยตัดแผ่นดินภูเก็ตแยกออกจากแผ่นดินใหญ่ เมื่อเลื้อยผ่านเกาะยาวก็ทำให้เกาะยาวแยกออกจากกันเป็นเกาะยาวน้อยกับเกาะยาวใหญ่ ระหว่างที่เลื้อยผ่านก็ได้ถ่ายอุจจาระเป็นก้อนหินอยู่ในทะเลระหว่างเกาะยาวน้อยกับเกาะยาวใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่าหินงอก จนถึงปัจจุบัน

เมื่อถึงหนองทะเล นาคใหญ่ที่เลื้อยตามมาด้วยความโกรธแค้นก็ทันขบวนของนาคนุ้ย จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น นาคนุ้ยเสียทีโดนนาคใหญ่กันลำตัวขาดสองท่อน ท่อนหัวกระเด็นไปตกที่ทุ่งนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่อนลำตัวตกที่เขากลมจังหวัดกระบี่ (ในช่วงหน้าแล้งจะมีน้ำสีแดงไหลออกมา ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเลือดของนาคนุ้ย) หางนาคนุ้ยได้กลายเป็นภูเขา เรียกว่า "แหลมหางนาค" (ในสมัยก่อนเมื่อมีเรือไปหลบคลื่นลมและชาวเรืออดอาหารก็จะมีขนมกับข้วเหนียวกวนหย่อนมาให้กินจากยอดเขา) แต่ก๊อบก็ไม่แน่ใจว่า ใครเป็นคนหย่อนลงมา นี่คงเป็นความเชื่อของชาวบ้านเช่นกัน เหตุการ์ณการต่อสู้นี้ทราบถึงเดาะไหม(เป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์) เดาะไหมจึงได้สาปขบวนขันหมากไปตกที่จังหวัดตรัง กลายเป็นเกาะ เภตรา นอกจากนี้เดาะไหมยังได้สาปโต๊ะตรีเจ้าสาวให้กลายเป็นหิน (เป็นที่มาของชื่อ แหลมโต๊ะตรี) สาปพี่น้องของนาคนุ้ยทั้งสาม ให้กลายเป็นเกาะ ชื่อ เกาะแดง(เกาะเสม็ด) เกาะปอด เกาะพีพี เดาะไหมขว้างควายมาตกที่จังหวัดกระบี่ ปัจจุบันเรียกแหลมหมูกควาย (หมูก ภาษาใต้คือ จมูก) กวางไปตกที่ เกาะกวาง อวัยวะเพศของนาคนุ้ยมาตกที่เกาะยาวกลายเป็น เกาะกาหลาด

นี่คือเรื่องเล่าของคนถิ่นที่นี่ ทำให้เราได้รู้ถึงชื่อเกาะที่สัมพันธ์กันด้วย





วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

ที่มา และ ที่จะไป



ท้าวความเดิม ตอนที่แล้ว ฮ่าๆ

   ตัวก๊อบเองที่ได้มาเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงานั้น เพราะด้วยว่าลุงมีครอบครัวอยู่ที่นี่ (ตัวก๊อบเลยได้ขออาศัยอยู่กับแกตลอดจนตอนนี้) ช่วงระยะเวลาก่อนหน้าที่เราอยู่กรุงเทพ ลุงได้เปิดร้านกาแฟ มีเครื่องบดและเครื่องชงกาแฟไว้แล้ว แต่ด้วยความที่ลุงต้องเดินทางเพราะงาน ป้าสะใภ้ต้องดูลูกเล็ก เราจึงอาสามาเปิดร้านกาแฟด้วยตัวเอง (ทำตามฝันที่มีตั้งแต่เด็ก) ตอนแรกก็กะจะมาทำเองคนเดียวเลย ทั้งร้านนกาแฟ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สอนภาษาไทยให้ฝรั่ง(เคยมีประสบการณ์การสอนมา)



ฝุ่นเยอะ ต้องกันฝุ่นหน่อย
แต่โชคดีมากที่มีพี่ชายลูกพี่ลูกน้องลงมาช่วย ในระหว่างที่พี่ชายมาช่วย แกก็ได้ลงเรียนที่ ANI Art Academi สถาบันสอนศิลปะ ที่เพิ่งเปิดรับนักเรียนรุ่นแรกพอดี ได้มีพี่ชายช่วย ถ้าอยู่คนเดียวนี่ หัวเดียวกระเทียมลีบแน่นอน เพราะถ้าทำเองคนเดียว มีแต่ ตาย กะ ตาย ทั้งปัด กวาด เช็ด ถู เดินไฟ ทาสี ยกของ จัดของ คงทำคนเดียวไม่ได้แน่ๆ พอเริ่มได้อยู่ไป เปิดไป เทคนิคการทำกาแฟก็ผิดๆถูกๆ อาศัยดูยูทูปบ้าง อ่านหนังสือบ้าง ระยะแรกๆนี่ก็งงอยู่เอาการ สิ่งที่อยากทำอีกอย่างคือ การไปทัวร์ดำน้ำรอบๆๆอันดามันให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพราะตัวก๊อบเอง มีงานอดิเรกคือ ถ่ายรูปและทำคลิปลงยูทูป แล้วถ้าเราสามารถรู้จักที่ต่างๆได้ ก็เป็นการดีเลยที่เราจะขายทัวร์ด้วย
 

ลองทำแก้วแรก
ตอนนี้อยู่ในระหว่างการตกแต่งเพิ่มเติม ส่วนที่ขาดเหลือของร้านกาแฟ ส่วนชื่อร้านแม่ได้ตั้งไว้แล้วว่า
" Coppy Coffy & miscellaneous"
ตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์100% ถ้าสมบูรณ์เมื่อไหร่จะเขียนอีกหัวข้อ ลงภาพให้เห็นกันไปเลยว่าก่อนและหลังเป็นอย่างไร ได้มาอยู่สัก10วันแล้ว ผู้คนที่นี่รู้จักกันเกือบหมด ยิ้มทักทายเป็นกันเอง ส่วนมากจะเป็นคนมุสลิม ชอบอยู่อย่างนึงคือ คนที่นี่ไม่ขโมยของกัน เช่น จอดมอเตอร์ไซค์สามารถเสียบกุญแจคาไว้ได้เลยไม่หายไปไหน ในความคิดตัวก๊อบคิดว่าถ้าขโมยไปไม่นานก็คงจับได้ เพราะรู้จักกันหมด และพื้นที่ให้หลบนี้น้อย ปลาทูโลละ20บาท ถูกมากกกกกก
มีอะไรหลายๆอย่างที่อยากเล่า เดี๋ยวจะทยอยเล่าให้ฟัง



สภาพร้านก่อนที่จะได้รับช่วงต่อ






วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กกรุง สู่เกาะ ปฐมบท


เด็กเมืองกรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทย ใช้ชีวิตอยู่ในแสงสีเสียงมาตลอดทั้งชีวิต 20กว่าปี

มีโอกาสได้ไปเมืองนอก และท่องเที่ยวต่างจังหวัดอยู่เป็นประจำ แต่อาศัยการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และนักขัตฤกษ์ ราคาที่พักและที่เที่ยวก็จะสูงตามจึงไม่แปลกเลยที่จะมีคนเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะไม่ต้องลางาน

การที่มีโอกาสได้ไปไหนมาไหนหลายที่ พบเจอผู้คนมากมาย ได้ศึกษาตัวเอง จึงทำให้รู้ว่าตัวเราเองชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ กล่าวบทนำมายืดยาว

บล๊อกนี้ เราจะเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อยของการเปลี่ยนแปลงไปในทุกทิศทาง มีทั้งการเปิดร้านกาแฟ ทัวร์ดำน้ำ ปั่นจักรยาน ทำน้ำมันมะพร้าว เล่าวิถีชิวตคนบนเกาะ และสิ่งแปลกใหม่ที่เด็กกรุงคนนึงจะตื่นตาตื่นใจได้



กำเงิน1หมื่น มาเปิดร้านกาแฟที่เกาะด้วยความที่มีลุงมาอาศัยอยู่ที่เกาะ เราเลยได้นับ5แทนที่จะนับ1 เริ่มต้นจากศูนย์ แม้ว่าถ้าจะกลับไปเหลือศูนย์ใหม่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์กลับไปแน่นอน

ประวัติเกาะยาวน้อย จะเขียนบรรยายหัวข้อถัดไป...


ขึ้นเครื่อง6โมงเช้า ตื่นตี3 บินดอนเมือง สายการบินสีเหลือง

ถึงประมาณ 7โมงกว่าจะ8โมงเช้า อากาศสบายๆ แต่เพลียๆกับการตื่นเช้าไปนิดนึง

นั่งรถแท็กซี่จากสนามบินภูเก็ต ไปท่าเรือบางโรง ประมาณ 20นาที แต่สนามบินนี้ไม่มีรถสองแถว หรือรถประจำทางให้บริการ ต้องแท็กซี่และลิมูซีน เท่านั้น ถ้าคนท้องถิ่นก็ดีหน่อยที่มีรถส่วนตัว

ได้มีโอกาสคุยกับพี่แท็กซี่ พี่เค้าบอกว่า กดมิเตอร์ก็จริง แต่มีจีพีเอสจับ ไม่สามารถไปทางลัดได้ ต้องไปทงสายหลักอย่างเดียวเพื่อได้ค่าโดยสารในราคาที่แม่นยำแน่นอน ตัวเราเองรู้สึกว่ามิเตอร์วิ่งขึ้นเร็วมาก เร็วกว่ากรุงเทพสะอีก คิดในใจ มาไม่ทันถึงเกาะ โดนฟันหัวแล้วนะเนี่ย แต่ก็นะ คิดว่าคนทำมาหากิน เรามาถิ่นเค้า เราไม่รู้ทาง นานๆทีก็ช่างมันปะไร

ไปถึงท่าเรือบางโรง เก็บค่าเข้าท่าเรือ คนละ10บาท ถึงเวลารอเรือ จะมีทั้งเรือเร็วและเรือไม้ เรือไม่เดินทาง1ชั่วโมง เรือเร็วเดินทาง30นาที โดยไปเกาะยาวใหญ่ก่อน ก่อนที่จะถึงเกาะยาวน้อย

ลงเรือเร็ว เรือสตาร์ทเครื่องยนต์ ใจนึกว่า เอาว่ะ เต็มที่สักครั้ง มองท้องฟ้าน้ำทะเลสูดหายใจเข้าเต็มปอด



ชีวิตเด็กรุงสู่เกาะ เริ่มขึ้นแล้ว ...